![]()
|
![]()
|
|
|
ข่าวเด่น
|
|
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ
ไบโอเทค ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและผลิตชุดตรวจสำเร็จรูปเพื่อ
วินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิส เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ช่วยให้เวลาในการวินิจฉัยสั้นลงเหลือเพียง 10 นาที
โรคเมลิออยโดสิส เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Burkholderia pseudomallei พบได้ทั่วไปในดินและน้ำ ผู้ที่ได้รับเชื้ออาจจะมีความรุนแรงต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ไม่มีอาการใด ๆ เลยหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนถึงมีอาการมาก ผู้ป่วยที่ มาพบแพทย์มักมีอาการติดเชื้อ 2 รูปแบบคือ 1. การติดเชื้อเฉพาะที่ 2. การติดเชื้อแบบกระจายทั่วตัว หรือที่เรียกว่าการติดเชื้อ ในกระแสเลือด แบบนี้จะมีอัตราการตายสูง ผู้ป่วยร้อยละ 40 - 80 มักเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งมักมาจากหลายปัจจัย เช่น วินิจฉัยโรคช้า ส่งผลให้การรักษาช้า หรือปัจจัยจากตัวเชื้อเองที่ทำให้เชื้อมีความรุนแรงกว่าเชื้ออื่น ๆ หรือแม้กระทั่งปัจจัย พื้นฐานของผู้ป่วยที่มีความต้านทานเชื้อได้ต่างกัน
ที่ผ่านมา การวินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิสทำได้ยาก เนื่องจากโรคนี้มีอาการไม่แตกต่างจากโรคติดเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ ทำ ให้แพทย์ไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยติดเชื้ออะไร การวินิจฉัยส่วนใหญ่ยืนยันโดยการตรวจทางปฏิบัติการโดยเฉพาะการเพาะเชื้อ จากเลือดซึ่งถือเป็นวิธีมาตรฐาน แต่วิธีต้องใช้เวลาประมาณ 4 - 5 วัน นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกเช่น การตรวจหาแอน ติบอดี้ในเลือดของผู้ป่วย แต่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักเนื่องจากแอนติเจนที่ใช้ยังมีความจำเพาะไม่ดีพอและไม่สามารถ แยกได้ระหว่างผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคและผู้ที่อยู่ในบริเวณที่มีการระบาดแต่ไม่ป่วยเป็นโรค
รองศาสตราจารย์ พญ. ธารารัชต์ ธารากุล จากภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยชุดตรวจโรคเมลิออยโดสิสสำเร็จรูปโดยได้รับทุนสนับสนุนจากไบโอเทค ได้กล่าวถึงงาน วิจัยนี้ว่า คณะผู้วิจัยได้ผลิตเซลล์ไฮบริโดมาซึ่งสร้างโมโนโคนัลแอนติบอดีที่มีความจำเพาะอย่างสูงต่อเชื้อ Burkholderia pseudomallei โดยไม่ทำปฏิกิริยากับเชื้ออื่นๆ และได้นำโมโนโคลนัลแอนติบอดีดังกล่าวมาผลิต "ชุดการตรวจ Latex agglutination แบบสำเร็จรูป" รวมทั้งได้นำไปทดสอบภาคสนามที่ห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยโรคในเขตที่มีเมลิออยโดสิสชุกชุม
ผลการศึกษานี้สรุปได้ว่าชุดการตรวจสำเร็จรูป สามารถใช้งานได้ดีในภาคสนาม ในห้องปฏิบัติการโรคติดเชื้อ ในแหล่งระบาดของโรค โดยเฉพาะในระบบเพาะเชื้อปกติที่ใช้อยู่ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยช่วยให้ใช้ระยะเวลา วินิจฉัยที่สั้นลง โดยใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที จึงทำให้ทราบผลการวินิจฉัยเร็วกว่าวิธีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน 1-2 วัน โดยไม่จำเป็น ต้องยืนยันชนิดของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งการใช้งานประดิษฐ์นี้ในการวินิจฉัยสามารถตรวจโรคได้อย่างรวดเร็วทำให้สามารถให้การ รักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที
แหล่งข่าว
BIOTEC
