![]()
|
![]()
|
|
|
ข่าวเด่น
|
|
ในระบบสุริยะของเรามีดาวเคราะห์สองดวงที่มีการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทั่วดวงดาว นั่นก็คือ โลก และดาวศุกร์ ในประวัติศาสตร์ยุคต้นของดาวทั้งสองดวงนี้มีสภาพเหมือนกันราวกับเป็นฝาแฝด แต่จนวันนี้สภาพภูมิอากาศแตกต่างกันอย่างมากมาย เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น
มาร์ก บัลลอก และ เดวิด กรินสปูน จากมหาวิทยาลัยแห่งโคโลราโดในโบลเดอร์ ได้อาศัยคอมพิวเตอร์จำลองวิวัฒนาการของบรรยากาศบนดาวศุกร์ขึ้นใหม่ ปัจจุบันนี้ดาวศุกร์มีอุณหภูมิราว ๆ 480 องศาเซลเซียส และเป็นบรรยากาศของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ล้อมรอบด้วยเมฆกรดซัลฟิวริกที่หนาแน่น เป็นที่น่าสนใจว่าเกิดสภาพแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร
จากการที่พื้นผิวของดาวศุกร์ไร้ซึ่งร่องรอยหลุมอุกกาบาตทำให้คาดกันว่า เมื่อ 800 ล้านปีที่ผ่านมา ภูเขาไฟบนดาวศุกร์ต้องปะทุปล่อยมวลสารต่าง ๆ ปกคลุมผิวดาวจนหนาถึงเก้ากิโลเมตรกว่า ภูเขาไฟนี้เองที่ช่วยเพิ่มก๊าซเรือนกระจกและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นจำนวนมหาศาล
ในช่วงแรก ๆ เหตุการณ์นี้จะช่วยเพิ่มปริมาณเมฆให้หนาขึ้นจนกระทั่งแสงแดดไม่สามารถส่องทะลุผ่านไปได้ อุณหภูมิของดาวศุกร์ลดลงราว 90 องศาเซลเซียส แต่รังสีอัลตราไวโอเลตจะช่วยลดความหนาของชั้นเมฆนี้ลงเมื่อเวลาผ่านไป แสงแดดจึงค่อย ๆ ส่องไปถึงผิวพื้นได้อีกครั้ง อุณหภูมิที่ผิวดาวศุกร์สูงกว่าบรรยากาศเบื้องบนและค่อย ๆ ระเหยเมฆจากด้านล่างขึ้นไป และปลดปล่อยท้องฟ้าให้โปร่งอีกครั้งในราว 200 ล้านปีที่แล้ว แต่ข้อมูลที่เรามีอยู่แสดงให้เห็นว่า ชั้นเมฆบนดาวศุกร์ยังคงหนาอยู่มากกว่าที่ควรจะเป็น จึงเป็นไปได้ที่ว่าภูเขาไฟบนดาวศุกร์น่าจะยังคงปะทุอยู่ในช่วง 30 ล้านปีที่ผ่านมาจึงจะทำให้ชั้นเมฆหนาได้อย่างทุกวันนี้ บางทีอาจจะยังมีภูเขาไฟปะทุอยู่ในวันนี้ก็เป็นได้
สภาพภูมิอากาศในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์บอกอะไรกับเราบ้าง ในความเป็นจริงแล้ว สภาพของดาวศุกร์ก็คือภาพของโลกอนาคตในกรณีที่โลกเรายังคงร้อนขึ้นอยู่อย่างทุกวันนี้ นอกจากนั้นดาวศุกร์ยังชี้ให้เราเห็นอีกด้วยว่า ภูมิอากาศของดาวเคราะห์ต่าง ๆ นั้นผันผวนได้มากเพียงใด
ถึงกระนั้น แม้มนุษย์จะจัดการควบคุมพฤติกรรมในการทำลายชั้นบรรยากาศของโลกเราได้แล้วก็ตาม โลกของเราก็มีชะตากรรมสุดท้ายที่แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์สว่างขึ้น ประมาณพันล้านปี มหาสมุทรก็จะระเหยไปอย่างรวดเร็ว โลกเราจะเข้าสู่สภาวะเรือนกระจกอย่างเลี่ยงไม่ได้ วาระสุดท้ายของโลกก็จะมาถึง
เมื่อดาวศุกร์และโลก ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างเหมือนกันราวกับฝาแฝด เติบโตไปอย่างต่างกัน แต่สุดท้ายแล้ว ทั้งสองอาจจบลงแบบเหมือนกันเช่นการถือกำเนิดนั้นเอง
